1win aviatormostbet aviatormostbetluckyget1 win indiamosbetpin upone win gameпинапpin up casino online1win online1 win onlinepin up kzmosbet indiamosbetmostbetaviatormosbetmosbetpinupmosbet aviatorparimatchmosbet india4era betpinap1 win4rabet gamelucky jet online4rabet1win saytiparimatchpin up casino1 win1win lucky jetpin up betlucky jetmostbet casinomostbet1win casinopin up betting4rabet bdlukyjet1win apostalucky jet crashaviator mostbet1 win1win slotpin-up1winmostbet azmostbet az
วันจันทร์, กรกฎาคม 22, 2024
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้
หน้าแรกแม่และเด็ก6 โรคยอดฮิตที่เกิดในเด็กเล็ก

6 โรคยอดฮิตที่เกิดในเด็กเล็ก

6 โรคยอดฮิตที่เกิดในเด็กเล็ก พูดถึงโรคยอดฮิตที่เกิดขึ้นในเด็กเล็ก เชื่อว่ามีหลายโรคที่วิ่งเข้ามาในความคิดของคนเป็นพ่อแม่ เพราะเด็กเล็กมักจะเจอกับโรคต่างๆ

6 โรคยอดฮิตที่เกิดในเด็กเล็ก

1.โรคหัด

โรคหัด คือ โรคไข้ออกผื่นที่เกิดจากเชื้อไวรัส Measles ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่พบได้ในจมูกและลำคอของผู้ป่วย เป็นโรคที่ติดต่อกันได้ง่ายจากการไอ จาม หรืออยู่ในระยะใกล้ชิด โดยเชื้อไวรัสตัวนี้จะกระจายอยู่ในละอองเสมหะ น้ำมูก และน้ำลายของผู้ป่วย ตลอดจนไวรัสเข้าสู่ร่างกายทางการหายใจ ในส่วนของวิธีการป้องกันคือ ต้องพยายามหลีกเลี่ยงและไม่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย รวมถึงต้องล้างมือบ่อยๆ และควรฉีดวัคซีนป้องกันหัดที่สามารถฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ขวบขึ้นไป

2.มือเท้าปาก

โรคมือเท้าปาก เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส Enterovirus และ Coxsackievirus โดยเชื้อไวรัสตัวนี้สามารถติดต่อกันง่ายผ่านการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ และน้ำในตุ่มพองของผู้ป่วย ในส่วนของอาการของโรคมือเท้าปากนั้น ผู้ป่วยจะมีไข้สูง มีอาการเจ็บคอ มีแผลในปาก บริเวณลิ้น เพดานปาก และกระพุ้งแก้ม รวมถึงมีผื่นบนฝ่ามือและฝ่าเท้า ในบางรายอาจมีผื่นที่ก้นร่วมด้วย ในส่วนของวิธีการป้องกันโรคมือเท้าปากนั้น จะต้องให้เด็กๆ หลีกเลี่ยงจากการสัมผัสกับผู้ป่วย ควรให้ล้างมือบ่อยๆ กินอาหารที่ปรุงสุกและปรุงใหม่เสมอ เน้นกินอาหารที่สะอาด ไม่มีแมลงวันตอม และควรดื่มน้ำสะอาดให้มากๆ

6 โรคยอดฮิตที่เกิดในเด็กเล็ก

3.ไข้หวัด

โรคไข้หวัด โดยส่วนใหญ่จะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส และเชื้อไวรัสที่ทำให้เป็นไข้หวัดนั้นมีอยู่หลายสายพันธุ์ อีกทั้งยังเป็นโรคที่เด็กเล็กสามารถเป็นได้ตลอดทั้งปี สำหรับอาการไข้หวัดนั้นจะแสดงอาการคัดจมูก น้ำมูกใส คอแห้ง จามบ่อย เจ็บคอ อ่อนเพลีย ปวดหัว รวมถึงมีอาการไอแห้ง ไอมีเสมหะ และมีไข้ สำหรับการป้องกันโรคไข้หวัด พ่อแม่ควรให้ลูกๆ หลีกเลี่ยงการไปอยู่ในที่ที่มีคนเป็นจำนวนมาก ชุมชนแออัด และควรห่างไกลจากผู้ป่วย

4.ไข้หวัดใหญ่

โรคไข้หวัดใหญ่ เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ทั้งสายพันธุ์ A และสายพันธุ์ B โรคนี้เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายมากๆ โดยจะติดต่อผ่านทางลมหายใจ ไอ จาม และละอองฝอยของน้ำมูกและน้ำลาย ในส่วนของอาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะมีทั้งไข้ มีอาการปวดหัว หนาวสั่น ปวดตามตัว คัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ คลื่นไส้ อาเจียน และมีอาการตาแดง สำหรับวิธีการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ควรให้ลูกหลีกเลี่ยงจากการใกล้ชิดกับผู้ป่วย และควรให้ลูกล้างมือบ่อยๆ รวมถึงจะต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตั้งแต่อายุ 6 เดือนขึ้นไป

5.ไข้เลือดออก

โรคไข้เลือดออก คือโรคที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเดงกี โดยเชื้อไวรัสจะมีอยู่ 4 สายพันธุ์ และเป็นเชื้อที่สามารถแพร่กระจายได้โดยมียุงลายเป็นพาหะนำโรค ในส่วนของอาการของโรคไข้เลือดออกนั้น ผู้ป่วยมักจะมีไข้สูงหลายวันติดต่อกัน มีอาการปวดหัว ปัสสาวะน้อย มีอาการซึม ปวดเมื่อยตามตัว มีอาการคลื่นไส้ เป็นหวัด และมีผื่นขึ้น สำหรับวิธีการป้องกันโรคไข้เลือดออก พ่อแม่จะต้องระมัดระวังไม่ให้ยุงกัดลูก โดยเฉพาะในช่วงกลางวัน โดยสามารถป้องกันได้ด้วยการกางมุ้งให้ลูกนอน และควรทำลายแหล่งน้ำที่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของยุงให้หมด

6.อีสุกอีใส

โรคอีสุกอีใส คือโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส เป็นโรคที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายมากๆ ผ่านการสัมผัสผู้ป่วยที่เป็นโรคอีสุกอีใสและทางการจาม ในส่วนของอาการของโรคอีสุกอีใส ผู้ป่วยจะมีอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว เบื่ออาหาร มีตุ่มแดงขึ้นตามตัว แขน ขา และใบหน้า จากนั้นจะมีตุ่มแดง และจะกลายเป็นตุ่มน้ำใสขอบแดง ซึ่งเมื่อใกล้หายแล้วตุ่มจะเปลี่ยนเป็นตุ่มขาวๆ ตกสะเก็ดและค่อยๆ หลุดออกไป เหลือแค่รอยแผลดำๆ สำหรับวิธีการป้องกันโรคอีสุกอีใส ควรหลีกเลี่ยงและไม่ไปใกล้ชิดกับผู้ป่วย รวมถึงจะต้องหมั่นล้างมือบ่อยๆ และควรฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส โดยสามารถฉีดได้ตั้งแต่มีอายุ 1 ขวบขึ้นไป เมื่อพ่อแม่ทราบถึง 6 โรคยอดฮิตที่เกิดขึ้นในเด็กเล็กเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การรู้จักป้องกันก็คือ วิธีการรักษาในขั้นเบื้องต้น โดยพ่อแม่สามารถสังเกตอาการที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด หากอาการที่เกิดขึ้นค่อยๆ แย่ลง หรือมีทีท่าว่าจะไม่ดีขึ้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรีบพาลูกไปพบหมอให้เร็วที่สุด

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้

Most Popular

Recent Comments