1win aviatormostbet aviatormostbetluckyget1 win indiamosbetpin upone win gameпинапpin up casino online1win online1 win onlinepin up kzmosbet indiamosbetmostbetaviatormosbetmosbetpinupmosbet aviatorparimatchmosbet india4era betpinap1 win4rabet gamelucky jet online4rabet1win saytiparimatchpin up casino1 win1win lucky jetpin up betlucky jetmostbet casinomostbet1win casinopin up betting4rabet bdlukyjet1win apostalucky jet crashaviator mostbet1 win1win slotpin-up1winmostbet azmostbet az
วันอังคาร, พฤษภาคม 21, 2024
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้
หน้าแรกท่องเที่ยวทำความรู้จัก "โบรโม" ดินแดนแห่งธรรมชาติ สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่

ทำความรู้จัก “โบรโม” ดินแดนแห่งธรรมชาติ สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่

มาสัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ “โบรโม” ดินแดนแห่งธรรมชาติ สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่

อินโดนีเซีย ประเทศหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นเพื่อนบ้านที่ใกล้ชิดกับไทยและประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ข่าวท่องเที่ยว อินโดนีเซียได้ทุ่มเทให้กับการส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีกับประเทศต่างๆ ผ่านนโยบายแลกเปลี่ยนความร่วมมืออันหลากหลาย ควบคู่ไปกับการผลักดันการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง บทความนี้มุ่งเน้นไปที่การวิเคราะห์นโยบายดังกล่าวของอินโดนีเซียในเชิงลึก เพื่อทำความเข้าใจถึงเป้าหมาย กลยุทธ์ ผลลัพธ์ และความท้าทายที่ประเทศนี้เผชิญ

หลังยุคโควิด-19 ผ่านพ้น ประเทศอินโดนีเซีย โดยเฉพาะแดนอิเหนา หรือ เกาะชวา ยังไม่ใช่จุดหมายปลายทางหลักของนักท่องเที่ยวชาวไทยมากนัก แต่ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่แตกต่างหลากหลาย ยังคงความดิบไว้เป็นจุดเด่น ดึงดูดเหล่านักเดินทางผู้รักธรรมชาติให้มาสัมผัสประสบการณ์อันน่าตื่นตาตื่นใจ

ดินแดนแห่งธรรมชาติ บนเกาะชวาตะวันออก ประเทศอินโดนีเซีย อุทยานแห่งชาติโบรโม เทงเกอร์ เซเมรู แผ่กว้างใหญ่ไพศาล ครอบคลุมพื้นที่ถึง 800 ตารางกิโลเมตร ดินแดนแห่งนี้เปรียบเสมือนเวทีธรรมชาติที่จัดแสดงความยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟหลายลูก โดยมี ภูเขาโบรโม ยอดเขาสูง 2,329 เมตร เป็นพระเอกขโมยซีน

โบรโม ไม่ใช่แค่ภูเขาไฟธรรมดา แต่เป็นภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น มีชีวิตชีวา ควันพวยพุ่งจากปล่องภูเขาไฟเป็นภาพคุ้นตา ย้ำเตือนถึงพลังอันยิ่งใหญ่ที่ซ่อนอยู่ เคียงข้างโบรโม ยังมีภูเขาไฟลูกอื่นๆ ร่วมสร้างฉากหลังอันน่าตื่นตาตื่นใจ สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่ ภูเขาบาต็อก รูปทรงคล้ายกะลามะพร้าวคว่ำ สูง 2,470 เมตร ภูเขาเคอร์ซี สูง 2,581 เมตร ภูเขาวาตากัน สูง 2,661 เมตร และภูเขาวิโดดาเร็น สูง 2,650 เมตร

ไฮไลท์อีกหนึ่งจุด ของอุทยานแห่งนี้คือ ภูเขาเซเมรู ภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ตั้งอยู่ห่างออกไปจากโบรโมประมาณ 18 กิโลเมตร ความสูงตระหง่านถึง 3,676 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ย้ำเตือนถึงพลังธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ อุทยานแห่งชาติโบรโม เทงเกอร์ เซเมรู ไม่ได้มีดีแค่ภูเขาไฟเท่านั้น ยังมีทิวทัศน์ธรรมชาติอันงดงาม ทะเลทรายกว้างใหญ่ ป่าสน และทุ่งหญ้าเขียวขจี ล้วนเป็นภาพที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

2.5 ชั่วโมง บนภูเขา “โบรโม” สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่ ดินแดนแห่งธรรมชาติ ที่สายลุยไม่ควรพลาด!

การเดินทางเริ่มต้นจากใจกลางเมืองสุราบายา เมืองหลวงของชวาตะวันออก ด้วยจุดหมายปลายทางที่มุ่งสู่ทิวทัศน์อันน่าตื่นตาตื่นใจของภูเขาไฟโบรโม การออกเดินทางในยามค่ำคืนราวเที่ยงคืน เป็นการต้อนรับความมืดมิดที่ปกคลุม เสียงเครื่องยนต์ดังก้องกังวาน บ่งบอกถึงการเริ่มต้นการผจญภัยครั้งนี้ หลังจากการเดินทางอันยาวนานกว่าสองชั่วโมงครึ่ง ท่ามกลางความมืดมิดและอากาศเย็นยะเยือก ในที่สุดเราก็มาถึงจุดพักที่ร้านอาหารเทอราส โบรโม โอกาสอันดีให้เราได้ล้างหน้าล้างตา ปรับร่างกายให้คุ้นเคยกับอากาศหนาวเย็นบนภูเขาสูง ก่อนที่จะออกเดินทางต่อด้วยรถจี๊ปสุดคลาสสิก

การนั่งรถจี๊ปตะลุยเส้นทางขรุขระ ไต่เขาสูงชัน คดเคี้ยวไปมา เปรียบเสมือนบททดสอบความอดทน ก่อนที่จะได้พบกับ ดินแดนแห่งธรรมชาติ ที่รออยู่เบื้องหน้า ในที่สุดเราก็มาถึงจุดชมวิว “ปานันจากัน 1” ตั้งอยู่บนภูเขาปานันจากัน ที่ความสูง 2,700 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ณ จุดนี้ นักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกต่างมารวมตัวกัน รอคอยการปรากฏตัวของพระอาทิตย์ยามเช้า และแล้ว แสงสีทองอร่ามก็เริ่มสาดส่อง ผ่านกลุ่มภูเขาไฟน้อยใหญ่ เผยให้เห็นทิวทัศน์อันงดงามตระการตา เบื้องหน้าเราคือภูเขาไฟ โบรโม และไฟบาต็อก ยืนตระหง่านท่ามกลางทะเลหมอกหนา สร้างความประทับใจให้กับผู้ได้พบเห็น เป็นการตอกย้ำว่า การเดินทางครั้งนี้ คือ สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่ คุ้มค่าเกินกว่าคำบรรยาย

"โบรโม" ดินแดนแห่งธรรมชาติ สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่

หลังจากจอดรถจี๊ปไว้ที่จุดจอด เราก็เริ่มเดินเท้าขึ้นเขา สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าเรียงราย เต็มไปด้วยชาและกาแฟร้อนๆ ที่พร้อมเสิร์ฟให้กับนักท่องเที่ยวอย่างเรา อากาศเย็นยะเยือก อุณหภูมิเพียง 9 องศา บวกกับฝนปรอยๆ ยิ่งเพิ่มความหนาวเหน็บ บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัด ไร้ผู้คน เราคิดว่าคงมาถึงก่อนนักท่องเที่ยวกลุ่มอื่น จึงค่อยๆ เดินฝ่าหมอกหนาไปยังจุดชมวิว เราค่อยๆ เดินฝ่าหมอกหนาทึบ มุ่งหน้าสู่จุดชมวิว ท่ามกลางความเงียบงัน เสียงลมพัดผ่านใบไม้ และเสียงฝนกระทบพื้น ดังก้องอยู่ในโสตประสาท ยิ่งเพิ่มบรรยากาศลึกลับ น่าค้นหา

เมื่อไปถึงจุดชมวิว เหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกต่างจับจองพื้นที่บนสแตนด์ รอชมพระอาทิตย์ขึ้นด้วยใจจดใจจ่อ แต่แล้วความคาดหวังก็พังทลาย เมื่อท้องฟ้ามืดครึ้ม ปกคลุมไปด้วยหมอกหนาทึบ ไร้แม้แสงอาทิตย์สาดส่อง เหลือเพียงความขาวโพลนของหมอกที่โอบล้อมเราไว้ทุกทิศ แม้จะผิดหวังที่ไม่ได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้น แต่ประสบการณ์ครั้งนี้กลับตราตรึงอยู่ในใจ ความเงียบสงัด บรรยากาศลึกลับ และความหนาวเย็น ได้พาเราก้าวเข้าสู่โลกอีกมิติ โลกที่ธรรมชาติแสดงพลังอันยิ่งใหญ่ ทำให้เรารู้สึกตระหนักถึงความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ

สัมผัสความมหัศจรรย์ ทะเลทรายสีดำ เลอาตัน ปาเซียร์

แม้จะผิดหวังเล็กน้อยที่ไม่ได้เห็นภาพพระอาทิตย์ยามเช้า ตะวันยังไม่โผล่พ้นขอบฟ้า แสงสลัวเพียงริบหรี่ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนจากสีดำสนิทเป็นสีครามอมม่วง อากาศหนาวเย็นยะเยือก บวกกับความอ่อนเพลียจากการอดหลับอดนอน ร่างกายเริ่มอ่อนแรง แต่ความตื่นเต้นกลับพุ่งพล่าน เมื่อรถจี๊ปพาเรามาถึง “เลอาตัน ปาเซียร์” หรือ “แอ่งทะเลทรายสีดำ”

ทันทีที่ก้าวลงจากรถจี๊ป ภาพตรงหน้าช่างน่าตื่นตะลึง ทะเลทรายสีดำสนิทกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ทรายละเอียดนุ่มเท้า ทอดยาวไปจนสุดสายตา ไร้ซึ่งต้นไม้หรือสิ่งมีชีวิตใดๆ บรรยากาศเงียบสงัด มีเพียงเสียงลมพัดผ่าน เบื้องหน้าของเราคือทิวเขาวิโดดาเร็น ยอดเขาสูงเสียดฟ้าปกคลุมด้วยหิมะสีขาว ด้านซ้ายมือเป็นภูเขาบาต็อก ปล่อยควันพวยพุ่งจากปล่องภูเขาไฟโบรโม ท้องฟ้าสีครามเริ่มสว่างขึ้น แสงแดดอ่อนๆ เริ่มสาดส่อง เผยให้เห็นความงดงามของทะเลทรายสีดำ ทิวทัศน์ตรงหน้าช่างแปลกตา ไม่เหมือนที่ไหนบนโลก เปรียบเสมือนภาพลวงตา ดาวอังคารบนโลกมนุษย์

เมื่อถ่ายรูปกันจนหนำใจก็ได้เวลาบึ่งตรงไปหา “โบรโม” สุดยอดจุดหมายปลายทางใหม่ พระเอกของเราเสียที แต่คราวนี้ก็ยังเป็นอีกครั้งที่พลาดโอกาสเดินขึ้นบันได 250 ขั้นไปถึงปล่องภูเขาไฟ เนื่องจากมีความเคลื่อนไหวในตัวภูเขารุนแรงขึ้น ปล่อยควันพวยพุ่งอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงแนะให้ขี่ม้าชมธรรมชาติอันตระการตา มีชุมชนเผ่าเตงเกอร์ที่อาศัยอยู่รอบๆพื้นที่โบรโมมายาวนานหลายร้อยปี ผู้มีความเชื่อว่าภูเขาแห่งนี้เป็นดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์คอยดูแลให้บริการ พร้อมช่วยถ่ายรูปให้แทนการปีนป่ายขึ้นไปยังปล่องภูเขาไฟ การขี่ม้าชมโบรโมครั้งนี้เปิดโอกาสให้เราได้อ้าแขนรับพลังธรรมชาติอันแรงกล้าจากภูเขาไฟช่วยชาร์จพลังชีวิตให้เต็มเปี่ยม ดินแดนแห่งธรรมชาติ ได้อารมณ์ของการผจญภัยเล็กๆ เป็นความประทับใจไม่รู้ลืม

หลังจากเก็บภาพความประทับใจจนเต็มอิ่ม ก็ถึงเวลาเข้าใกล้ “โบรโม” หัวใจสำคัญของทริปนี้ แต่โชคชะตาก็เล่นตลกอีกครั้ง เมื่อเราต้องพลาดโอกาสเดินขึ้นบันได 250 ขั้นเพื่อไปยังปล่องภูเขาไฟ เนื่องจากกิจกรรมของภูเขาไฟที่รุนแรงขึ้น ควันพวยพุ่งอย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงแนะนำให้เปลี่ยนแผนเป็นการขี่ม้าชมความงามของธรรมชาติรอบๆ แทน

บนหลังม้า เราได้สัมผัสถึงพลังอันยิ่งใหญ่ของภูเขาไฟโบรโม ท่ามกลางวิวทิวทัศน์ที่งดงามตระการตา ชุมชนเผ่าเตงเกอร์ที่อาศัยอยู่บริเวณนี้มายาวนานหลายร้อยปี เชื่อกันว่าภูเขาไฟแห่งนี้เป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ที่คอยดูแลพวกเขา ชาวเผ่าเตงเกอร์ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวและเสนอตัวถ่ายรูปให้เราบนหลังม้า แทนการปีนป่ายขึ้นไปยังปล่องภูเขาไฟ การขี่ม้าครั้งนี้เปรียบเสมือนการผจญภัยเล็กๆ ที่เปิดโอกาสให้เราได้สัมผัสพลังธรรมชาติอย่างใกล้ชิด พลังอันยิ่งใหญ่จากภูเขาไฟโบรโมช่างเปี่ยมไปด้วยพลัง ช่วยชาร์จพลังชีวิตให้เราเต็มเปี่ยม เป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน

จากนั้น เราเดินทางไปยัง “ปาเซียร์ เบอร์บิซิก” หรือ “เนินทรายกระซิบ” ทะเลทรายที่เกิดจากเถ้าธุลีของภูเขาไฟ พื้นที่แห่งนี้เงียบสงบ เสียงทรายเสียดสีกันเบาๆ ดังก้องกังวานสมชื่อ ทิวทัศน์สุดลูกหูลูกตา เต็มไปด้วยเนินทรายสีน้ำตาลอ่อน ตัดกับท้องฟ้าสีครามสดใส เป็นภาพที่งดงามแปลกตา ไกลออกไป เราเห็น “วาตูสิงกา” หินรูปร่างคล้ายสิงโตนอนหมอบอยู่เด่นเป็นสง่า บนเนินเขาที่รายล้อมไปด้วย “Teletubbies Hill” หรือ “ซาวันนาห์ ฮิลล์” เนินเขาสีเขียวขจี เต็มไปด้วยหญ้าสะพรั่ง เป็นจุดถ่ายรูปพรีเวดดิ้งยอดนิยมของหนุ่มสาวชาวอินโดนีเซีย

การเดินทางครั้งนี้ปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบ ณ อุทยานแห่งชาติบรอมอ เต็มไปด้วยความประทับใจ มิตรภาพ และประสบการณ์อันล้ำค่า ที่จะคงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป

การเดินทางสู่โบรโมในครั้งนี้ เปรียบเสมือนการได้พบเจอเพื่อนใหม่ที่แสนน่าค้นหา แม้จะรู้สึกประทับใจในความงดงามตระการตาของเขา แต่เรายังมีโอกาสได้พูดคุยเรียนรู้กันเพียงผิวเผิน ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอการเปิดเผย รอวันที่จะได้ทำความรู้จักมักคุ้น จนกลายเป็นมิตรสหายที่สนิทชิดเชื้อที่ยากจะลืมเลือน

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้

Most Popular

Recent Comments