1win aviatormostbet aviatormostbetluckyget1 win indiamosbetpin upone win gameпинапpin up casino online1win online1 win onlinepin up kzmosbet indiamosbetmostbetaviatormosbetmosbetpinupmosbet aviatorparimatchmosbet india4era betpinap1 win4rabet gamelucky jet online4rabet1win saytiparimatchpin up casino1 win1win lucky jetpin up betlucky jetmostbet casinomostbet1win casinopin up betting4rabet bdlukyjet1win apostalucky jet crashaviator mostbet1 win1win slotpin-up1winmostbet azmostbet az
วันเสาร์, พฤษภาคม 18, 2024
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้
หน้าแรกข่าวการเมืองเปิดรายงานจวกกสทช. ละเลยปฏิบัติหน้าที่ปล่อยทรูควบดีแทค-เอไอเอสควบ 3บีบี

เปิดรายงานจวกกสทช. ละเลยปฏิบัติหน้าที่ปล่อยทรูควบดีแทค-เอไอเอสควบ 3บีบี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ) ที่สำนักงานสภาองค์กรของผู้บริโภค ได้จัดให้มีการเปิดเผย รายงานการกระทำหรือละเลยการกระทำของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. และสำนักงาน กสทช. อันมีผลกระทบต่อสิทธิของผู้บริโภค จากกรณีการรวมธุรกิจในกิจการโทรคมนาคมจากกรณีที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.มีมติรวมธุรกิจโทรคมนาคม 2 กรณี ซึ่งกรณีแรก การควบรวมกิจการค่ายมือถือ ระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คแซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค

โดยในวันนี้ (1 มีนาคม 2567) ครบรอบ 1 ปี ที่ทรูและดีแทค ได้ดำเนินการควบรวมเป็นบริษัทใหม่ร่วมกันเสร็จสมบูรณ์ โดยได้หนังสือรับรองบริษัทใหม่ตามที่ยื่นจดทะเบียนต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ อย่างเป็นทางการในชื่อหลังตฃควบรวม “บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

และกรณีที่สองควบรวมอินเทอร์เน็ตบ้าน ระหว่างบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กับ บริษัท ทริปเปิลบี บรอดแบนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ 3บีบี ซึ่งล้วนเป็นสาเหตุก่อให้เกิดผลกระทบต่อผู้บริโภคในหลายรูปแบบเป็นอย่างมาก

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค แถลงชี้ว่า กสทช. ได้กระทำการละเลยการทำหน้าที่จาก 2 กรณีข้างต้น ซึ่งเข้าข่ายเป็นการทำหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฏหมายและขัดแย้งกัน เพราะลงมติควบรวมทรูดีแทคด้วยคะแนนเสียง 3:2:1 กสทช. ดำเนินการลักษณะ “รับทราบ” แต่กรณี เอไอเอสควบ3บีบี ที่ประชุมได้มีมติเสียงข้างมาก 5:2 เป็นการ “อนุญาต” ซึ่งถือเป็นประเด็นแรกที่ชี้ให้เห็นความผิดปกติ ประเด็นต่อมานั่นคือ การที่กรรมการ กสทช. ลงมติควบรวมทรู-ดีแทค ด้วยคะแนนเสียง 3:2:1 (รับทราบ 3, ไม่อนุญาต 2 งดออกเสียง 1) 

โดยมีการสรุปว่า คณะกรรมการได้ตัดสินว่า กสทช. มีหน้าที่เพียง“รับทราบ” 3 เสียง ซึ่งชนะกรรมการที่ลงมติว่า “ไม่อนุญาต” ให้ควบรวมที่มีคะแนน 2 เสียง โดยมี 1 คะแนนเสียง “งดออกเสียง” มติดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการกล่าวอ้างถึงคะแนนเสียงครั้งแรกที่มีผล 2:2:1 ว่าเป็นคะแนนเสียงที่เท่ากัน ถือเป็นโมฆะไปแล้ว ด้วยเหตุที่ไม่มีผลโหวตที่เป็นเสียงข้างมาก และเนื่องจากมติก็ไม่ได้มีผลเท่ากับกึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดห้าคน ประธานจะโหวตจึงซ้ำไม่ได้ การโหวต “รับทราบ” ซ้ำของประธานจึงเห็นได้ว่าเป็นเจตนาอนุญาตให้เกิดการควบรวมโดยไม่ต้องขออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญติ

และแม้จะมีเสียงทักท้วง และมีการวินิจฉัยจากศาลปกครอง คณะกรรมการกฤษฎีกา และอนุกรรมการทุกชุดที่ กสทช. ตั้งขึ้นมา หรือแม้แต่ อนุกรรมการด้านกฎหมาย ก็เห็นตรงกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ กสทช. มีอํานาจในการพิจารณาอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้ควบรวม ดังนั้น การที่ประธานออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเพื่อตัดสินชี้ขาด อาจเป็นการกระทำที่ขัดต่อข้อ 41 แห่งระเบียบคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ว่าด้วยข้อบังคับการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ พ.ศ. 2555ซึ่งกรณีดังกล่าวไม่ใช่กรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน และไม่ใช่กรณีได้คะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของคะแนนทั้งหมด เนื่องจากกรรมการที่ลงคะแนนเสียงมีทั้งหมด 5 คน และมีการลงมติเห็นชอบจำนวน 2 เสียง ลงมติไม่เห็นชอบจำนวน 2 เสียง และงดออกเสียงจำนวน 1 เสียง ประธานจึงไม่มีสิทธิออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงเป็นเสียงชี้ขาดตามข้อ 41 วรรคท้ายได้ และผลการลงมติดังกล่าวถือว่าเป็นกรณีคะแนนเสียงไม่ถึงกึ่งหนึ่งตามข้อ 41 (2) เนื่องจากเป็นการประชุมที่ต้องได้รับมติพิเศษ คือ ได้รับความเห็นชอบจากกรรมการ “ไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง” ของจำนวนกรรมการทั้งหมด มติดังกล่าวจึงต้องตกไป และต้องมีการลงมติใหม่ 

ดังนั้นการที่ประธานมีคะแนนเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาดและกำหนดให้การประชุมดังกล่าวมีมติรับทราบและกำหนดเงื่อนไขหรือมาตรการเฉพาะจึงอาจเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

ลดราคา 12% ต่อโปรไม่มีจริง

เลขาธิการสำนักงานสภาผู้บริโภค ยังชี้ให้เห็นประเด็นที่ 3 กรณี กสทช. ออกมาตรการบังคับหลังควบรวมทรู-ดีแทคจน ถึงวันนี้ครบหนึ่งปีพอดี โดยให้ค่ายมือถือต้องลดราคาเฉลี่ย12% แต่สิ่งที่ผู้บริโภคได้รับ คือปัญหาค่าบริการแพงขึ้นกว่าเดิม แถมฝ่ายผู้ประกอบการยังเอาตัวเลขแพ็กเกจที่ไม่มีผู้ใช้บริการจริง เช่น ซิมฟรีมาอ้างอิงว่ามีการลดราคาเฉลี่ย 12% ซึ่งตามเงื่อนไข ของ กสทช. ต้องลดลง 12%ภายใน 90 วัน หลังควบรวมกิจการ อีกทั้งไม่ยอมส่งหลักฐานให้ผู้บริโภคได้เข้าไปตรวจสอบ

ปัญหาการควบทรู-ดีแทค ยังสร้างผลกระทบอีกหลายด้าน ซึ่งมีข้อมูลจาก มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค และหน่วยงานประจำจังหวัดกรุงเทพมหานคร สภาองค์กรของผู้บริโภค ที่ร่วมกันทำแบบสำรวจผลกระทบของผู้บริโภคหลังการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนผ่าน GOOGLE FORM ตั้งแต่วันที่ 9 ถึง 23 พฤศจิกายน 2566 มีผู้ตอบแบบสำรวจทั้งสิ้น 2,924 ราย 

โดยผลการสำรวจพบ 5 ปัญหาใหญ่ที่สุดถึงร้อยละ 81 คือ สัญญาณอินเทอร์เน็ตช้า ,สัญญาณหลุดบ่อย ,โปรโมชันเดิมหมดต้องใช้โปรโมชันที่แพงขึ้น, ค่าแพ็กเกจราคาเท่ากันหมดทำให้ไม่มีทางเลือก, และ call center โทรติดยาก ทั้งหมดนี้เป็นผลสำรวจความเห็นของผู้ใช้บริการมือถือที่ล้วนได้รับผลกระทบ

แต่ปัญหาของผู้บริโภคที่เดือดร้อน กลับไม่ได้รับการดูแลแก้ไขปัญหาจาก กสทช. ที่สำคัญผลกระทบยังส่งไปถึงผู้พิการและบุคคลชายขอบที่เข้าไม่ถึงสัญญาณอินเทอร์เน็ตถือเป็นการรอนสิทธิประชาชน รวมถึง บริการแพ็กเกจราคาพิเศษที่ไม่มีอีกต่อไป และที่เห็นชัดเจนอีกอย่างนั่นคือ ไม่มีการแข่งขันกันด้านราคาเพราะแพงเท่ากันหมดทุกค่ายมือถือ บั่นทอนการแข่งขัน

ปม3บีบี-เอไอเอสเกิดสภาพผูกขาด

ส่วนกรณี 3บีบีกับเอไอเอส ที่กสทช.มีมติเสียงข้างมาก 5:2 “ อนุญาต”ให้ควบรวมอินเทอร์เน็ตบ้าน นั่นเท่ากับว่า กสทช. ทำเป็นลืมเรื่องที่เคย “รับทราบ”ให้ควบรวมอินเทอร์เน็ตมือถือไปก่อนหน้าแล้ว แต่กลับมาทำเรื่องซ้ำซ้อนโดยไม่ได้ดูสภาพการณ์ที่จะเกิดการผูกขาดจนส่งผลกระทบกับผู้บริโภคต้องจ่ายค่าบริการที่แพงขึ้น

ถูกเปลี่ยนแพ็กเกจอัตโนมัติ แต่สวนทางคุณภาพบริการที่ลดลง ซึ่งจนถึงขณะนี้ สภาองค์กรของผู้บริโภค ยังไม่เห็นรายงานรับรองการประชุมของกสทช.เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2566 ที่ต้องมีกติกาเป็นเงื่อนไขกำกับดูแลผู้ประกอบการไม่ให้เอาเปรียบผู้บริโภค ดังนั้น สภาองค์กรขงผู้บริโภคจะเกาะติดเรื่องนี้ต่อไป

รวมถึงขอเรียกร้องไปยัง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รวมถึง คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และ วุฒิสภา อย่างน้อย 4 คณะ ขอให้สนับสนุนสภาองค์กรของผู้บริโภคเพื่อช่วยกันตรวจสอบการทำงานของ กสทช.ในแง่การกระทำที่มิชอบ หรือ ละเลยการกระทำที่ไม่ปกป้องผลประโยชน์ของผู้บริโภค

จี้กสทช.ต้องรายงานทุกๆ6เดือน

ด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ ประธานคณะอนุกรรมการด้านการสื่อสาร โทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ สภาองค์กรของผู้บริโภค ในฐานะอดีตกรรมการ กสทช.ได้เรียกร้องให้ กสทช. ต้องเปิดเผยรายงานการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการโทรคมนาคมที่ควบรวมกิจการ ทุกๆ 6 เดือน

เพื่อให้เห็นภาพรวมได้ลดราคาค่าบริการหรือไม่อย่างไร ต้องสำรวจผลกระทบของผู้บริโภคที่ต้องเผชิญหลังการควบกิจการของผู้ประกอบการโทรคมนาคม ที่สำคัญต้องเร่งรัดการลดราคาค่าบริการเฉลี่ย 12% ซึ่งเป็นกติกาที่กสทช.กำหนดเพื่อเปิดทางให้ทรูควบกิจการกับดีแทค ที่สำคัญนั่นคือ เงื่อนไขที่ว่า ต้องเปิดเผยรายการส่งเสริมการขายทุกรายการ และเปิดเผยเงื่อนไขพิเศษสำหรับผู้บริโภคที่มีรายได้น้อยโดยต้องมีการประชาสัมพันธ์อย่างทั่วถึง อีกทั้ง กสทช.ต้องตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการให้บริการของเอกชนอยู่เสมอ

แต่ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ รัฐบาล ที่ต้องลงมากำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม เพราะนอกจากการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน ยังเป็นการปกป้องความมั่นคงปลอดภัยของประเทศชาติโดยรวมด้วย เพราะหากเกิดปัญหาเครือข่ายล่มในขณะที่มีผู้ให้บริการแค่ 2 เจ้าในตลาดเท่ากับมีความเสี่ยงถึง 50 %

เพราะฉะนั้นจึงขอเสนอให้เปิดทางรัฐวิสาหกิจมาเป็นผู้ประกอบการรายที่ 3 หรือ เปิดเสรีให้รายใหม่เข้ามาแข่งขันกับเอกชนรายเดิม เพื่อส่งเสริมทางเลือกความมั่นคงปลอดภัยด้านกิจการโทรคมนาคมและประชาชนมีทางเลือกใช้บริการ ซึ่งทางออกมีหลายด้าน ขึ้นอยู่กับว่า รัฐบาลจะมีเจตจำนงทางการเมือง (political will ) เพื่อแก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยความจริงจังอย่างไร

สำหรับประเด็นข้างต้น สภาผู้บริโภค จะ เพื่อเปิดรายงาน กสทช. ละเลยหน้าที่ หรือไม่ และ จะส่งรายงานดังกล่าวไปยัง 11 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง บอร์ดกสทช. สำนักงาน กสทช. นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยแยกออกมาเฉพาะสำหรับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) และคณะกรรมมาธิการของสภาผู้แทนราษฏร 3 คณะและคณะกรรมมาธิการวุฒิสภา รวมไปถึง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานของ กสทช.ต่อไป

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้

Most Popular

Recent Comments