1win aviatormostbet aviatormostbetluckyget1 win indiamosbetpin upone win gameпинапpin up casino online1win online1 win onlinepin up kzmosbet indiamosbetmostbetaviatormosbetmosbetpinupmosbet aviatorparimatchmosbet india4era betpinap1 win4rabet gamelucky jet online4rabet1win saytiparimatchpin up casino1 win1win lucky jetpin up betlucky jetmostbet casinomostbet1win casinopin up betting4rabet bdlukyjet1win apostalucky jet crashaviator mostbet1 win1win slotpin-up1winmostbet azmostbet az
วันอังคาร, พฤษภาคม 21, 2024
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้
หน้าแรกข่าวการเมืองยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

ศาลฎีกาฯ ลงความ เห็นเอกฉันท์ยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์ เคยชินการปฏิบัติ” พร้อมพวก แผนการ Roadshow สร้างอนาคตเมืองไทย Thailand 2020” ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน ศาลฎีกา ปฏิบัติ กับพวกรวม 6 คน โครงงาน Roadshow  สร้างอนาคตเมืองไทย  Thailand 2020 งบประมาณ 240 ล้านบาท

พร้อมล้มเลิกหมายจับ นางสาวยิ่งลักษณื ที่ซ่อนหนีไปอยู่ต่างถิ่น

ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

โดยในวันนี้ศาลฎีกานัดหมายฟังคำวินิจฉัยคดี อม.2/2565 ที่คณะกรรมการคุ้มครองแล้วก็ปราบการโกงแห่งชาติ (สำนักงานคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นางสาวยิ่งลักษณ์ เคยชินการปฏิบัติ กับพวกรวม 6 คน เชลย คดีจ้างแผนการ

Roadshow สร้างอนาคตเมืองไทย Thailand 2020 เพื่อเอื้อประโยชน์โดยไม่ถูกต้อง

ดังนี้ คดีดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นเกิดขึ้นในช่วงปลายรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ที่มีการจ้างเอกชนทำโปรโมทโฆษณาแผนการของรัฐบาล โดยมีเชลยที่ถูกยื่นฟ้องเป็นนางสาวยิ่งลักษณ์ เคยชินความประพฤติ

สมัยก่อนนายกรัฐมนตรี, นายนิวัฒน์ดำรง บุญทรงกว้างใหญ่ สมัยก่อนรองนายกฯ, นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ อดีตกาลเลขาธิการนายกฯ บริษัท ความเห็นชอบชน จำกัด, บริษัท ไทยสปอร์ต สินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้ครอบครองสื่อในเครือไทยกีฬา และก็ นายระวิ โหลทองคำ เป็นเชลยที่ 1-6 ข่าวการเมือง

ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

เปิดคำพิพาษาฉบับเต็ม

โดยทั้งปวงถูก สำนักงานคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติยื่นฟ้อง โดยสรุปว่า มีการใช้อิทธิพลโดยไม่ถูกต้อง สำหรับเพื่อการจัดชิงชัยราคาจ้างงบประมาณอีเวนต์โครงงาน Roadshow สร้างอนาคตเมืองไทย จนถึงเป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมโทรมเป็นเงิน 239 ล้านบาท

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ครอบครองตำแหน่งทางด้านการเมือง ยกฟ้อง “ยิ่งลักษณ์” พร้อมพวก รวม 6 คน คดีจัดโรดโชว์ งบประมาณ 240 ล้านบาท

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ครอบครองตำแหน่งทางด้านการเมืองได้อ่านคำวินิจฉัยคดีเลขลำดับดำที่ อม.2/2565 คดีลำดับที่แดงที่ อม.6/2567 ระหว่าง

คณะกรรมการคุ้มครองป้องกันรวมทั้งล้มล้างการคดโกงแห่งชาติ โจทก์ นางสาวยิ่งลักษณ์ คุ้นชินการปฏิบัติ ที่ นายนิวัฒน์รักษา บุญทรงกว้างใหญ่ไพศาล ที่ 2 นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ ที่ 3 บริษัทความเห็นชอบชน จำกัด (มหาชน) ที่ 4 บริษัทประเทศไทยสปอร์ต สินตำหนิเคท จำกัด (มหาชน) ที่ 5 นายระวิ โหลทองคำ ที่ 6 เชลย

คดีนี้ตอนวันที่ 28 เดือนมกราคม 2555 โจทก์ยื่นฟ้องว่า เมื่อสิงหาคม 2556 ถึงวันที่ 12 มี.ค. 2557 เชลยที่ 3 ขณะครองตำแหน่งเลขาธิการนายกฯ จัดการเสนอแผนการ Roadshow ที่ไม่ใช่คราวที่มีความเร่งด่วน โดยเชลยที่ 2 ขณะครอบครองตำแหน่งรองนายกฯ ลงชื่อผ่านเรื่อง

แล้วเชลยที่ 3 ขณะครองตำแหน่งนายกฯใช้ดุลยพินิจบิดเบือนสั่งอนุมัติงบประมาณกึ่งกลาง โดยจงใจด้วยกันกำหนดให้เชลยที่ 4 แล้วก็ที่ 5 เป็นลูกจ้างจัดแผนการ โดยเชลยที่ 3 เสนอเชลยที่ 2 เพื่อขออนุมัติ จ้างการทำงานโครงงานดังที่กล่าวผ่านมาแล้วโดยแนวทางพิเศษ อันเป็นการใช้ดุลยพินิจโดยไม่ถูกต้อง

นอกเหนือจากนั้นเชลยที่ 1 ถึงที่ 3 ยังด้วยกันทำงานเพื่อคณะรัฐมนตรีลงความเห็นละเว้นการเซ็นต์ชื่อในข้อตกลงก่อนได้รับเงินประจำงวดทั้งๆที่ไม่เข้าข้อตกลงอันจะได้รับการงดเว้น เป็นเหตุให้เกิดความเสื่อมโทรมแก่ สลน จำนวนเงิน 239,700,000 บาท โดยเชลยที่ 4 ถึงที่ 6

เป็นผู้ที่ได้การสนับสนุนความประพฤติปฏิบัติความผิดพลาด ขอให้ลงทัณฑ์เชลยที่ 1 ถึงที่ 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151,157 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกล่าวถึงการปกป้องคุ้มครองรวมทั้งปราบมือโกง พุทธศักราช 2541 มาตรา 123/1 ประกอบพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกล่าวถึงการคุ้มครองป้องกันรวมทั้งปราบการโกง พุทธศักราช2561 มาตรา 192

ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

รวมทั้งพ.ร.บ.เกี่ยวกับความผิดพลาดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พุทธศักราช2542 มาตรา 12, 13 ลงอาญาเชลยที่ 4 ถึงที่ 6 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157 ประกอบ มาตรา 86 พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกล่าวถึงการปกป้องคุ้มครองรวมทั้งปราบการคดโกง

พุทธศักราช 2542 มาตรา 123/1 ประกอบพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญกล่าวถึงการคุ้มครองรวมทั้งกำจัดการคดโกง พุทธศักราช 2563 มาตรา 192 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 รวมทั้งพ.ร.บ.เกี่ยวกับความผิดพลาดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ พุทธศักราช 2542 มาตรา 4, 12, 13 ประกอบประมวลกฎหมายอาญามาตรา 86 กับนับโทษจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษของเชลยในคดีอาญาเลขลำดับแดงที่ อม. 211/2560 ของ

โจทก์ยื่นฟ้องกรณีไม่เผยตัวเชลยที่ 1 ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

เชลยที่ 1 ยื่นคำร้องขอให้วิเคราะห์พิจารณาพื้นฐานว่า ฟ้องโจทก์ไม่เป็นไปตามกฎหมาย ขอให้สั่งไม่ประทับรับฟ้อง

องค์แผนกตุลาการมีคำบัญชาไม่ประทับรับฟ้องข้อกล่าวหาเป็นเจ้าหน้าที่ผู้มีบทบาทจัดซื้อโดยใช้อิทธิพลในตำแหน่งโดยคดโกงตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 โดยมีความคิดเห็นว่าฟ้องโจทก์ก็มิได้เล่าให้มีความคิดเห็นว่าเชลยทั้งยังหกเป็นเจ้าหน้าที่ผู้กุมอำนาจหน้าที่ดังที่กล่าวมาข้างต้น ส่วนข้อกล่าวหาอื่นให้ประทับรับฟ้องไว้ไตร่ตรอง โจทก์อุทธรณ์คำบัญชาไม่ประทับรับฟ้องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น

ตอนวันที่ 20 ธ.ค. 2565 ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกาโดยองค์แผนกชั้นวิเคราะห์อุทธรณ์ ตัดสินคดียืนเชลยที่ 1 ไม่มาศาล นับว่าเชลยที่ 1 ให้การไม่ยอมรับ ส่วนเชลยที่ 2 ถึงที่ 6 ให้การไม่ยอมรับศาลสืบสวนผู้เห็นเหตุการณ์โจทก์ครั้งแรกช่วงวันที่ 24 ม.ค. 2566 นัตสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เชลยนัดหมายในที่สุดวันที่ 7 เดือนธันวาคม 2566 คู่กรณีขอแถลงปิดคดีด้านใน 60 วัน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ครอบครองตำแหน่งด้านการเมืองวิเคราะห์ว่า ปัญหาที่ว่า เชลยที่ 1 ถึงที่ 3 ดำเนินงานนำงบประมาณกึ่งกลางปริมาณ 40,000,000 บาท มาทำโครงงาน Roadshow ชอบด้วยกฎหมายไหม มีความคิดเห็นว่า โครงงานลงทุนปรับปรุงส่วนประกอบเบื้องต้นระบบขนส่งของประเทศ

รวมทั้งโครงงาน Roadshow เป็นการทำงานตามแผนการที่รัฐบาลแถลงต่อสภานิติบัญญัติ ซึ่งรัฐธรรมนูญข้อกำหนดให้สภานิติบัญญัติแค่นั้นวิเคราะห์ความประพฤติของรัฐบาล ศาลก็เลยไร้อำนาจที่จะวิเคราะห์ถึงดุลยพินิจของฝ่ายบริหารสำหรับเพื่อการวางนโยบายดังที่ได้กล่าวมาแล้ว

งบประมาณเพื่อเป็นไปตามแนวนโยบายของรัฐบาลนั้น ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวโยง สำหรับคดีนี้ลงความเห็นคณะรัฐมนตรีตอนวันที่ 17 กุมภาทันธ์ 2552 ระบุหนทางปฏิบัติกรณีขออนุมัติใช้เงินงบประมาณกึ่งกลาง รายการเงินทุนสำรองจ่ายเพื่อกรณีเร่งด่วนแล้วก็จำเป็นจะต้อง ดังต่อไปนี้ ศาลย่อมมีอำนาจพิจารณาขั้นตอนปฏิบัติว่า

เชลยที่ 1 ถึงที่ 3 ได้ปฏิบัติงานใดที่ไม่เป็นไปตามความเห็นคณะรัฐมนตรีดังที่กล่าวถึงมาแล้วอันถือได้ว่าเป็นการมิเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด โดยมีเจตนาเพื่อกำเนิดความเสื่อมโทรมแก่ สลน รวมทั้งทางการ หรือโดยโกงหรือเปล่า

หลักฐานได้เรื่องว่า ตั้งเวลาเริ่มดำเนินแผนการ Roadshow เกิดขึ้นได้เพราะมีสาเหตุเนื่องมาจากการใคร่ครวญด้วยกันของหน่วยงานต่างๆซึ่งไม่ใช่เป็นการตกลงใจของเชลยที่ 3 เอง และก็ไม่ได้ตั้งเวลากระชั้นชิดเพียงแค่เพื่อเป็นเหตุอ้างใช้งบประมาณกึ่งกลาง

เมื่อกรณีไม่บางทีอาจใช้อีกทั้งงบประมาณค่าใช้จ่ายรายปีงบประมาณ พุทธศักราช 2556 แล้วก็งบประมาณรายการจ่ายปีงบประมาณ พุทธศักราช 2567 มาดำเนินโครงงาน Roadshow ได้ตามที่กำหนดเวลาไว้ ถือว่าเป็นการปฏิบัติในกรณีมีความสำคัญแล้วก็เร่งด่วนจะต้องใช้จ่ายงบประมาณ

ในตอนที่เชลยที่ 1 มีคำบัญชาอนุมัติงบประมาณกึ่งกลางช่วงวันที่ 25 เดือนกันยายน 2556 ยังไม่มีผลสรุปที่แจ้งชัดเป็นจบว่าร่างพระราชบัญญัติมอบอำนาจกระทรวงการคลังกู้ยืมเงินเพื่อการพัฒนาส่วนประกอบเบื้องต้นทางคมนาคมขนส่งของประเทศ พุทธศักราช

ตรงข้ามรัฐธรรมนูญ แผนการปรับปรุงองค์ประกอบเบื้องต้นด้านการติดต่อขนส่งของประเทศได้ ผ่านการพินิจพิเคราะห์จากหน่วยงานฝ่ายบริหารและก็ผ่านความเห็นคณะรัฐมนตรีโดยไม่มีข้อท้วง ประกอบกับ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณมีความคิดเห็นว่าเห็นควรนาชูรัฐมนตรีจะอนุมัติงบประมาณกึ่งกลางนี้ได้ กรณีย่อมมีเหตุมีผลพอเพียงให้เชลยที่ 1 เชื่อโดยความซื่อสัตย์ว่าสามารถอนุมัติได้ ก็เลยฟังได้ว่า เชลยที่ 1 ไต่ใช้ดุลยพินิจปฏิบัติไปบนรากฐานของข้อมูลและก็เรื่องจริงเท่าที่มีอยู่ขณะนั้น

คุณสมบัติเฉพาะประการใดที่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่เชลย ยกฟ้องยิ่งลักษณ์จัดRoad Showงบประมาณ240ล้าน

ถึงแม้ถัดมาศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำพิพากษาที่ 3 – 4/2557 ว่า ร่างพระราชบัญญัติให้สิทธิกระทรวงการคลังกู้ยืมฯ ยี่ห้อขึ้นโดยไม่ใช่คราวจำเป็นเร่งด่วน ก็เป็นเพียงแค่การวิเคราะห์ถึงความชื่นชอบของร่างพระราชบัญญัติดังที่กล่าวผ่านมาแล้วแค่นั้น อีกทั้งเป็นการวิเคราะห์วันหลังเกิดเหตุโดยไม่ได้วิเคราะห์ถึงความรับสารภาพทางอาญาซึ่งจำต้องใคร่ครวญจากหลักฐานในคดีนี้

เมื่อเชลยที่ 1 ไม่บางทีอาจรู้เหตุการณ์ล่วงหน้าได้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างไร ย่อมถือมิได้ว่าเชลยที่ 1 มีเจตนามองเห็นผลว่าแผนการ Roadshow ไม่บางทีอาจเกิดขึ้นได้อย่างแน่แท้ ถึงแม้โครงงาน Roadshow จะจัดการในพื้นที่เดียวกันกับแผนการกระทรวงคมนาคม แม้กระนั้นก็เป็นเพียงแค่พื้นที่ 2 จังหวัดแรก อีกทั้งแผนการ Roadshow มีภารกิจครอบคลุมมากยิ่งกว่า ถือมิได้ว่าเป็นแผนการที่ซ้ำไปซ้ำมากัน

สำหรับเชลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าเชลยที่ 2 มีส่วนร่วมหรือเสนอแนะโดยไม่ถูกต้องเพื่อเชลยที่ 1 อนุมัติงบประมาณกึ่งกลางเช่นไร เชลยที่ 2 ก็เลยเป็นแต่เพียงผู้กระทำหน้าที่ไตร่ตรองแล้วผ่านเรื่องเสนอไปยังเชลยที่ 1 เป็นลำดับชั้นแค่นั้น ส่วนเชลยที่ 3 พึ่งจะรู้ว่าจะต้องขอใช้งบประมาณบกลางจากการเสนอเป็นลำดับขั้นของเจ้าหน้าที่รัฐผู้ปฏิบัติการ ก็เลยเป็นเพียงแค่การทำงานตามหน้าที่เพียงแค่นั้น

ดังต่อไปนี้ การที่เชลยที่ 2 และก็ที่ 3 เสนอให้เชลยที่ 1 อนุมัติใช้งบประมาณกึ่งกลาง แล้วก็เชลยที่ 1 อนุมัติใช้งบประมาณกึ่งกลางปริมาณ 40,000,000 บาท มาดำเนินการโครงงาน Roadshow ก็เลยไม่เป็นการละเมิดความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี

ปัญหาถัดไปมีว่า เชลยที่ 1 ถึงที่ 3 ด้วยกันตกลงให้เชลยที่ 4 แล้วก็ที่ 5 เป็นลูกจ้างทำโครงงาน Roadshow ไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเริ่มการจัดว่าจ้างหรือเปล่า มีความคิดเห็นว่า เชลยที่ 1 เป็นผู้จัดการให้ สลน ทำโครงงาน Roadshow ก็เลยคือเรื่องธรรดาที่เชลยที่ 1 จะสั่งให้ปรับแต่งลักษณะของงาน เชลยที่ 1 ไม่ได้เป็นผู้บุกเบิกให้เชลยที่ 4 และก็ที่ 5 เข้ามาพรีเซ็นท์งาน ไม่ปรากฏว่าแบบงานได้ระบุเนื้อหา

คุณสมบัติเฉพาะประการใดที่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่เชลยที่ 4 แล้วก็ที่ 5 โดยเฉพาะอย่างยิ่งชี้เฉพาะหรือกีดกั้นผู้เสนอราคารายอื่น ที่เชลยที่ 4 มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงกระทรวงมหาดไทยขอความช่วยเหลือให้แต่ละจังหวัดอำนวยความสะดวก และก็เชลยที่ 1 เป็นประธานแถลงข่าวงานแผนการ Roadshow โดยมีบุคลากรของเชลยที่ 4 รวมทั้งที่ 5 ช่วยติดต่อประสานงานกับสื่อมวลชน

รวมถึงเชลยที่ 4 เป็นผู้ออกแบบแบบสำหรับในการจัดงานแถลงข่าวรวมทั้งโลโก้สร้างอนาคตไทย 2020 นั้น ก็ไม่ใช่เป็นการทำของเชลยที่ 1 และไม่ปรากฏว่าเชลยที่ 1 มีส่วนร่วมรู้เห็นเป็นใจหรือให้การยืนยันการจัดการ ทั้งที่ยังไม่ตายเนื้อหาในกรรมวิธีการปฏิบัติการ ก็เลยไม่อยู่ในวิสัยที่เชลยที่ 1 จะรู้ข้อสรุปได้ทั้งหมดทั้งปวง

สำหรับเชลยที่ 2 ไม่ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้จะรับผิดชอบโครงงาน Roadshow โดยตรงส่วนเชลยที่ 3 นั้น ปรากฏว่าขั้นตอนการคัดสรรเอกชนมาดำเนินการแผนการ Roadshow เป็นบทสรุปด้วยกันของหน่วยงานต่างๆแผนการของกระทรวงคมนาคมก็เคยว่าจ้างเอกชนมาดำเนินโครงงาน ก็เลยไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีเหมือนปกติ การที่เชลยที่ 3 แจ้งให้เชลยที่ 4 และก็ที่ 5 ไปสะสมผลงานอดีตกาลมาเสนอ

เกิดเรื่องที่เชลยที่ 3 จะต้องรับผิดชอบวิเคราะห์ก่อนเสนอต่อห้องประชุม ทั้งยังการที่เชลยที่ 4 แล้วก็ที่ 5 ก็ทำลักษณะของงานมาเสนอต่อห้องประชุม เป็นการทำโดยเผยแก่บุคคลอื่นจำนวนมาก โดยเชลยที่ 3 ไม่ได้ทำการอันใดในลักษณะที่เป็นการแนะนำหรือดึงดูดใจหรือให้การเกื้อหนุนเป็นพิเศษ ทั้งยังความจริงรู้เรื่องว่าไม่มีบุคคลใดออกคำสั่งให้เลือกเชลยที่ 4 แล้วก็ที่ 5 เป็นลูกจ้าง

หลักฐานทางสอบปากคำก็เลยยอมรับฟังมิได้ว่า เชลยที่ 1 ถึงที่ 3 ระบุตัวบุคคลให้เป็นลูกจ้างไว้ล่วงหน้าปัญหาถัดไปมีว่า เชลยที่ 1 ถึงที่ 3 ทำหน้าที่หรือยกเว้นการกระทำหน้าที่เกี่ยวกับการอนุญาต จ้างแผนการ Roadshow โดยแนวทางพิเศษตามฟ้องหรือเปล่า

เห็นควรวิเคราะห์วงเงิน 40,000,000 บาท ก่อนสำหรับเชลยที่ 1 นั้น ไม่ปรากฏว่าเข้าไปมีความเกี่ยวข้องแนวทางการจัดซื้อจัดจ้าง ส่วนเชลยที่ 2 ไม่ปรากฏว่าเชลยที่ 2 เป็นผู้คิดค้นให้ปฏิบัติงานจ้างโดยแนวทางพิเศษ แต่ว่าเป็นการเสนอของข้าราชการเป็นลำดับชั้นแผนการ Roadshow ระบุเริ่มปฏิบัติการเมื่อวันที่ 4 เดือนตุลาคม 2556

และก็เชลยที่ 3 เสนอเรื่องต่อเชลยที่ 2 ช่วงวันที่ 1 ต.ค. 2556 ก็เลยไม่บางทีอาจใช้แนวทางการประกวดราคา อีกทั้งหัวหน้าฝ่ายพัสดุภัณฑ์ เกษียณอายุเนื้อความยืนยันว่าตรวจแล้ว ถูกตามระเบียบกฎเกณฑ์พัสดุภัณฑ์ กรณีมีเหตุพอเพียงให้เชลยที่ 2 ไตร่ตรองได้ว่าเป็นงานที่จำเป็นต้องปฏิบัติ

RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้

Most Popular

Recent Comments