1win aviatormostbet aviatormostbetluckyget1 win indiamosbetpin upone win gameпинапpin up casino online1win online1 win onlinepin up kzmosbet indiamosbetmostbetaviatormosbetmosbetpinupmosbet aviatorparimatchmosbet india4era betpinap1 win4rabet gamelucky jet online4rabet1win saytiparimatchpin up casino1 win1win lucky jetpin up betlucky jetmostbet casinomostbet1win casinopin up betting4rabet bdlukyjet1win apostalucky jet crashaviator mostbet1 win1win slotpin-up1winmostbet azmostbet az
วันพฤหัสบดี, พฤษภาคม 23, 2024
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้
หน้าแรกโรคระบาด"ชลน่าน" ฟันธง สธ.คุมโควิดได้ ไม่ต้องตระหนก! เตือนแล้ว หลังสงกรานต์ ป่วยพุ่ง

“ชลน่าน” ฟันธง สธ.คุมโควิดได้ ไม่ต้องตระหนก! เตือนแล้ว หลังสงกรานต์ ป่วยพุ่ง

นายแพทย์ ชลน่าน ศรีแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และอดีตประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ออกมา ฟันธง สธ.คุมโควิดได้ แม้จำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มสูงขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

กรุงเทพฯ 25 เมษายน 2567 – นางสาวตรีชฎา ศรีธาดา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข ฝ่ายการเมือง เผยวันนี้ว่า นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฝากถึงประชาชนอย่าตื่นตระหนกกับข่าวสารเกี่ยวกับโควิด และขอให้ติดตาม ข่าวโรคระบาด จากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขเท่านั้น นพ.ชลน่าน มีความห่วงใยประชาชนต่อสถานการณ์ของโรคโควิด 19 ที่เพิ่มสูงขึ้นหลังเทศกาลสงกรานต์ แม้ว่าปัจจุบันโรคโควิด 19 เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวังตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ แต่ยังไม่มีรายงานการระบาดรุนแรง และที่ผ่านมาได้มีการสั่งการ สธ.ทุกจังหวัดประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อม กำชับทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง “ชลน่าน” ฟันธง สธ.คุมโควิดได้

จากข้อมูลล่าสุด รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (วันที่ 14-20 เมษายน 2567) ทั่วประเทศพบผู้ป่วยโรคโควิด 19 ที่ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล 1,004 ราย เฉลี่ยวันละ 143 ราย แนวโน้มเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามรายงานของกรมควบคุมโรคว่า หลังสงกรานต์จะพบจำนวนผู้ป่วยเพิ่มมากขึ้นจากการเล่นน้ำสงกรานต์ พื้นที่ที่พบผู้ป่วยมากขึ้น คือ กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยวหลายแห่ง คาดว่าเป็นเพราะส่วนใหญ่มีอาการเหมือนไข้หวัด ทำให้ไม่ระวังป้องกันตนเอง จึงเกิดการแพร่เชื้อมากขึ้น ทั้งประเทศมีผู้ป่วยอาการรุนแรง ปอดอักเสบ 292 ราย ในจำนวนนี้ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ 101 ราย และเสียชีวิต 3 ราย โดยผู้เสียชีวิตทุกรายเป็นกลุ่มผู้สูงอายุหรือมีโรคเรื้อรังซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยง

จากการติดตามเฝ้าระวังสายพันธุ์โควิด-19 ที่กำลังระบาดอยู่ในประเทศไทย ล่าสุดข้อมูลจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ระบุว่า ยังคงเป็นสายพันธุ์ย่อยของโอไมครอน (BA.2 และ BA.5) เช่นเดิม ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการคล้ายหวัดทั่วไป เช่น ไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อยตามตัว ปวดศีรษะ มีน้ำมูก

ชลน่าน ฟันธง สธ.คุมโควิดได้

ยังไม่มีสัญญาณความรุนแรงที่เพิ่มขึ้น

ข้อมูล ณ วันที่ 25 เมษายน 2567 ยัง ไม่พบ หลักฐานบ่งชี้ว่าสายพันธุ์ย่อยเหล่านี้มีความรุนแรงมากกว่าโอไมครอนดั้งเดิมที่ระบาดในปีที่ผ่านมา ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการไม่รุนแรง สามารถรักษาหายได้เองที่บ้าน

นพ.ตรีชฎา ศรีธนชัย ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานวิชาชีพ (กพว.) ย้ำว่า โรงพยาบาลและสถานพยาบาลต่างๆ ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนเข้าใจ ประชาชนสามารถป้องกันตัวเองจากการติดเชื้อได้ง่ายๆ โดย:

  • สวมหน้ากากอนามัย เมื่ออยู่ในสถานที่แออัดที่มีผู้คนจำนวนมาก เช่น รถสาธารณะ โรงพยาบาล สถานที่ดูแลผู้สูงอายุ
  • ตรวจ ATK หากมีอาการคล้ายหวัด และผลเป็นบวก ให้กักตัวและรักษาตามอาการ หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดกับบุคคลอื่น
  • พบแพทย์ทันที หากมีอาการป่วยรุนแรง
  • กลุ่มเสี่ยง 608 (ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง) หากตรวจ ATK เป็นบวก 2 ขีด ควรสวมหน้ากากอนามัยและรีบพบแพทย์เพื่อรับการรักษาโดยเร็วที่สุด
RELATED ARTICLES

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

- Advertisment -
ติดตั้ง เดลิเวอรี่ แอป ได้แล้ววันนี้

Most Popular

Recent Comments